loading...
loading...
สิ่งแรกที่ผู้เลี้ยงต้องคำนึงถึงก็คือบ้านของเรากับขนาดตัวและนิสัยของสุนัข ท่านที่คิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ก็ควรจะมีพื้นที่หรือบริเวณบ้านที่กว้างขวางพอจะให้สุนัขได้ออกกำลังกาย วิ่งเล่น แต่สำหรับท่านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น อยู่ในทาวเฮาส์หรือคอนโดมิเนียม สุนัขที่ท่านเลี้ยงก็ควรจะเป็นสุนัขพันธุ์เล็กและไม่ค่อยดื้อมาก
เมื่อคัดเลือกสุนัขที่ถูกใจได้แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องพาเจ้าตูบของเราไปบ้านหลังใหม่ของเขาสักที โดยทั่วไปสุนัขที่รับมาจากสถานดูแลสุนัขที่ได้มาตรฐานจะมีการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อที่รุนแรง และมีการควบคุมปรสิตทั้งภายในและภายนอกให้แก่สุนัขที่ท่านนำไปเลี้ยงอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้มีการแยกเลี้ยงสุนัขตัวใหม่กับสุนัขที่มีอยู่แล้วในบ้านก่อนสักประมาณ 7-14 วัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิดที่อาจมีภาวะแฝงมากับสุนัขตัวใหม่ เนื่องจากสุนัขที่มีการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่ เจ้าของใหม่ เพื่อนใหม่ จะมีความเครียดอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งความเครียดนี่เองจะทำให้ภูมิคุ้มกันของสุนัขตกลงและง่ายต่อการติดเชื้อต่างๆ เมื่อผ่านไป 7-14 วัน และสุนัขดูแข็งแรงดีจึงปล่อยให้ออกมาทักทายเพื่อนใหม่ได้ตามอัธยาศัย
สำหรับอาหารมื้อแรกของสมาชิกใหม่ของเราเมื่อเข้ามาอยู่ที่บ้าน ก็ขอให้เป็นอาหารชนิดเดียวกันกับที่เขาเคยกินมาก่อนตอนที่อยู่สถานดูแลสุนัข ยกตัวอย่างเช่น ถ้าตอนที่อยู่ที่สถานดูแลสุนัขเขาเคยกินอาหารเม็ด มาอยู่ที่บ้านก็ควรจะได้กินอาหารเม็ดอย่างเดียวกัน เพราะหากท่านเปลี่ยนอาหารทันทีจะทำให้สุนัขท้องเสียจากการแพ้อาหารได้ หากต้องการปรับเปลี่ยนอาหารควรจะค่อยๆเปลี่ยน โดยการผสมอาหารใหม่รวมกับอาการเก่าที่เขาเคยกิน ในอัตราส่วน อาหารใหม่ 25% อาหารเก่า 75% และค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเป็น อาหารใหม่ 100% ภายในเวลา 7-10 วัน
ส่วนโปรแกรมสุขภาพอื่นๆ ก็ให้ปฏิบัติตามหลักการดูแลสุนัขโดยทั่วไป คือ มีการถ่ายพยาธิทุก 1-2 เดือน ต้องพาสุนัขไปฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นประจำทุกปี มีการควบคุมปรสิตภายนอก เช่น เหา เห็บ หมัด ไร และมีการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจอย่างต่อเนื่อง ส่วนในเรื่องสุขอนามัยก็ควรจะอาบน้ำทุก 1-2 อาทิตย์ มีการเช็ดทำความสะอาดช่องหูเป็นประจำ ดุแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ข้อปฏิบัติอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่มีอะไรมาก ท่านก็แค่ปฏิบัติต่อเขาด้วยความรักและเอาใจใส่อย่างที่ชีวิต ชีวิตหนึ่งพึงได้รับ ให้เขาได้รับอาหารที่ดีมีคุณภาพ มีที่อยู่อาศัยที่สะอาดปลอดภัย พาไปหาหมอเมื่อไม่สบาย มีเวลาให้เขา เล่นกับเขาบ้าง แค่นี้เจ้าตูบของเราก็จะมีสุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่สดใส อย่างที่ใครๆ ต้องอิจฉาแน่นอนครับ
สุดท้าย...ผมขอฝากไว้นิดหนึ่งว่า การเลี้ยงสุนัขถือเป็นการรับผิดชอบชีวิต ชีวิตหนึ่ง เขามีความรู้สึกเหมือนเราทุกประการ เจ็บเป็น ดีใจเป็น หิวเป็น ป่วยเป็น เสียใจเป็น ต่างกันแค่เขาพูดไม่ได้ เขาบอกเราไม่ได้หรอกครับว่า “หิวแล้วหาอะไรให้ผมกินหน่อย” หรือ “ช่วยพาหนูไปหาหมอหน่อย ปวดท้องเหลือเกิน” หรือ “พาไปทำวัคซีนหน่อยสิค่ะ ถึงกำหนดแล้ว” สุนัขทุกตัวต้องการความรัก ความเข้าใจ การเอาใจใส่จากเจ้านายของมัน จงดูแลเขาเหมือนที่ท่านดูแลตัวเอง ใส่ใจเขาในแบบที่เขาควรจะเป็น ความรักที่ท่านมอบให้ เชื่อเถอะครับ ว่าเขารับรู้ และเขาก็รักท่านเช่นกัน ความรักที่เขามีให้ท่านนั้น ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ความรักที่มนุษย์เรามีให้กันหรอกครับ ดูแลเพื่อนรักสี่ขาของท่านให้ดีที่สุดนะครับ
loading...
loading...
by; http://www.vs.mahidol.ac.th





0 comments:
Post a Comment