ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

loading...

loading...

"บิ๊กตู่" พอใจไทยหลุดเทียร์ 3 ขอบคุณทุกฝ่ายร่วมปราบค้ามนุษย์ ยันเดินหน้าขุดรากถอนโคนให้หมด ผบ.ตร.สั่งกวาดล้างต่อตั้งเป้าสู่เทียร์ 1 "ดอน" มั่นใจส่งผลดีต่อไอยูยู "ปึ้ง" ติงอย่าเพิ่งตีปีก สหรัฐยังจับตาอยู่ กรีนพีซผิดหวัง! ชี้มะกันตัดสินใจพลาด เลื่อนเทียร์ 2 เร็วไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริการายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี โดยเลื่อนไทยจากกลุ่มเทียร์ 3 ซึ่งเป็นอันดับต่ำสุด มาอยู่ในกลุ่มเทียร์ 2 ประเทศที่ต้องจับตามองว่า เราต้องทำต่อ ซึ่งไม่ได้ทำเพื่อใคร หรือต้องมาบังคับให้ทำ แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้วในเรื่องที่มีปัญหา โดยต้องนำหลักการมาดูว่ามีความบกพร่องตรงไหน แล้วแก้ตรงนั้น นี่คือสิ่งที่ทุกรัฐบาลต้องทำแบบนี้ เอาปัญหามาคลี่หาวิธีแก้ บริหารจัดการงบประมาณให้ถูกต้อง จัดระบบให้เกิดการบูรณาการข้ามกระทรวงในกิจกรรมเดียวกันให้สอดคล้องเสร็จเป็นเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้

ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) นั้น มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งต้องแก้กว่า 30 เรื่อง และทำมาตลอด ทั้งกฎหมาย การลงโทษ กระทำความผิด วิธีบริหารจัดการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงการติดจีพีเอสเรือทุกลำนับหมื่น ซึ่งผิดกฎหมายมาเป็นเวลานาน แต่วันนี้ติดตั้งได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ควบคุมได้เกือบทั้งหมด ทั้งนี้ทุกอย่างที่ทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์พอใจผลการประกาศดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐเล็งเห็นถึงความพยายามและตั้งใจจริงของไทยในการแก้ไขปัญหา และชื่นชมผู้อยู่เบื้องหลังผลงานนี้ทุกระดับ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ในขั้นต้นว่า ความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประมงและชาวประมงทุกคน ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งในที่สุดผลดีจะคืนกลับไปที่คนเหล่านี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยราชการทุกหน่วย ยังจะยืนหยัดเดินหน้าทำงานต่ออย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อขุดรากถอนโคนปัญหาการค้ามนุษย์ที่หมักหมมมานาน
loading...

"นายกฯ ฝากขอบคุณความทุ่มเท เสียสละของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบการภาคเอกชน ชาวประมง รวมทั้งสื่อมวลชน ที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประมงไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการค้ามนุษย์ ให้มีความเป็นสากล และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ นายกฯ ยังได้ให้กำลังใจไปยังทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ จนไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ การดำเนินการที่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายของสหรัฐ และมาตรฐานของสากล" โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า บอกแล้วว่าไทยน่าจะได้ปรับสถานะ ถือว่าดีในภาพรวม ต้องขอขอบคุณและขอชมเชยทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันทั้งภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ทุกคน ซึ่งช่วยกันทำเพื่อประเทศ แต่จะหยุดเพียงแค่นี้ไม่ได้ เพราะขณะนี้อยู่เทียร์ 2 จึงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป ไม่หยุดทำงาน ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ให้เป็นตามหลักสากลในทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า หวังว่าไทยจะหลุดจากใบเหลืองของปัญหาประมงผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้หวังอะไร ทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ เป็นไปตามหลักสากลให้ได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นายกฯ หวังให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ประชาชน ฝ่ายผู้ประกอบการทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกัน ช่วยกันดำเนินการในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพวกค้ามนุษย์ ไอยูยู องค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ไอเคโอ) กรมการบินพลเรือนสหรัฐ (เอฟเอเอ)

มั่นใจส่งผลดีต่อไอยูยู

loading...
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้ดูแลเรื่องการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และตั้งใจแน่วแน่ที่จะขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป โดยได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติเมื่อวันที่ 3 เม.ย.58 และให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้การยอมรับได้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุว่าจะจัดการเรื่องดังกล่าวโดยไม่ไว้หน้าใคร และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดการอย่างเป็นรูปธรรม หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำอย่างเชื่อมโยงกัน

“เรายังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ซึ่งจะต้องทำต่อไปโดยทำให้การป้องกันและปราบปรามมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาเรามีภารกิจประจำคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการกับกลุ่มรัฐบาลประเทศต่างๆ และกลุ่มเอ็นจีโอ รวมทั้งในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ ไทยเป็นประเทศคู่ประสานจะได้มีการประชุมอียู โดยมีวาระในการแลกเปลี่ยนปัญหาโลก เช่นประเด็นการค้ามนุษย์และการโยกย้ายถิ่นฐาน ที่ขณะนี้เป็นปัญหาของหลายประเทศด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าการหารือจะถูกแชร์ให้อียูรับรู้ว่าเราเอาจริงเอาจัง” นายดอนกล่าว และมั่นใจว่า การเลื่อนชั้นให้ไทยในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์จะส่งผลต่อการแก้ปัญหาไอยูยูอย่างแน่นอน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่สหรัฐเล็งเห็นความมุ่งมั่นและความพยายามของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่ง พม.จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายลำดับต้นต่อไป โดยจะร่วมมือกับนานาประเทศและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมสัมมนาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต่างด้าวให้แก่นายจ้างและผู้ประกอบการในกิจการประมง รวมทั้งเจ้าหน้าที่กว่า 250 คนว่า การอบรมครั้งนี้เพื่อกระตุ้น และสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในนโยบายการจัดระบบแรงงานต่างด้าว รวมถึงลักษณะการกระทำผิดที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ และบทลงโทษ มาตรการการยับยั้ง เพื่อขจัดปัญหาไอยูยู อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะได้เลื่อนเป็นเทียร์ 2 แต่ รมว.แรงงานยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคน มุ่งมั่นและเดินหน้าแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อลดช่องว่างในการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้รับการปรับสถานะให้อยู่ในเทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง อันเป็นผลจากการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วนของประเทศไทย รวมถึงทุกหน่วยงานของ อสส. ทั้งนี้ขอยืนยันว่า จะรักษามาตรฐานการดำเนินคดีอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยยึดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้มีการปรับสถานะให้ดียิ่งขึ้นไป

loading...
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธานว่า การแก้ปัญหาไอยูยูซึ่งผู้แทนอียู 3 คณะ มีกำหนดการเดินทางมาประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-5 ก.ค.นี้ เพื่อมาตรวจสอบเรื่องของการแจ้งศูนย์การเข้า-ออกของเรือ การตรวจสัตว์น้ำที่ท่าเรือ และการนำเข้าของสัตว์น้ำ รวมทั้งมีการหารือระดับเจ้าหน้าที่ทางเทคนิค ในเรื่องกฎหมายประมง แผนบริหารจัดการ และการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่อียูกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย

ลุยปราบค้ามนุษย์สู่เทียร์ 1

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า แม้ว่าไทยจะได้รับการยกระดับขึ้นแล้ว แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการสืบสวนปราบปรามการลักลอบค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ แก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อสนองตอบต่อนโยบายรัฐบาลและ คสช. แสดงออกถึงความตั้งใจแน่วแน่ของตำรวจ โดยสั่งให้สอบสวนติดตามผู้ประกอบการที่ยังมีพฤติการณ์เข้าข่ายค้ามนุษย์ ทั้งในธุรกิจภาคการประมง สถานประกอบการ ห้างร้านต่างๆ สั่งสืบสวนสอบสวนขยายผลไปถึงเจ้าของกิจการที่แท้จริง ที่มีพฤติกรรมบังคับใช้แรงงานเชิงค้ามนุษย์

นอกจากนี้ยังสั่งให้มีการบังคับใช้กฎหมายให้รัดกุม นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับมาปรับใช้ ทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ค้าประเวณี และตรวจคนเข้าเมือง และการปราบปรามการฟอกเงิน ระดมกำลังการปฏิบัติเพื่อให้มีผลการจับกุมที่ชัดเจน นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้ติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ตามบัญชีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกำชับไม่ให้ตำรวจพัวพันการค้ามนุษย์ และต้องไม่ปล่อยปละละเลยเด็ดขาด เพื่อให้ไทยหลุดจากลำดับเทียร์ 2 สู่ระดับที่ดีขึ้น

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ที่เทียร์ 2 ซึ่งกลับมาอยู่ในระดับเดิมในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่อยากจะเตือนรัฐบาลว่า อย่าได้มัวแต่หลงดีใจ เพราะสหรัฐยังเฝ้าจับตามองอยู่ว่าการแก้ปัญหาต่างๆ รัฐบาลไทยจะทำได้จริงจังแค่ไหน โดยต้องปราบปรามเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ต่อไป และต้องนำเอาคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งการดำเนินคดีของศาลควรต้องมีความรวดเร็วกระชับขึ้น การบังคับขืนใจใช้แรงงานเด็กและการทารุณกรรมแรงงานต่างด้าวไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป

นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ในฐานะองค์กรสิ่งแวดล้อมที่ทำงานปกป้องมหาสมุทรและความเป็นธรรมต่อแรงงาน กรีนพีซเห็นว่าการตัดสินใจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเลื่อนชั้นของประเทศไทยมาอยู่ในเทียร์ 2 นั้น น่าผิดหวัง เป็นการตัดสินใจพลาดและผิดเวลา ขณะที่รัฐบาลไทยดำเนินการขั้นตอนสำคัญโดยการยกร่างและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายยังคงล่าช้าและไม่สอดคล้องกัน กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเพื่อขจัดขบวนการค้ามนุษย์ยังมีจำกัด

"จากการสังเกตการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นยังห่างไกลจากการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดไป การตัดสินใจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเลื่อนชั้นให้ไทยก่อนเวลาอันควร ที่ไม่เหมาะแก่โอกาสนี้ จะทำให้การดำเนินการขจัดการค้ามนุษย์มีความท้าทายและยุ่งยากมากขึ้นไปอีก บั่นทอนความก้าวหน้าที่จำเป็นในการปกป้องแรงงานข้ามชาติจากการกดขี่ขูดรีด ประเทศไทยควรต้องพิสูจน์ไม่เฉพาะเพียงแต่เจตจำนง แต่ควรรวมถึงศักยภาพที่เชื่อมั่นได้ในการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายในการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อแรงงาน" นายธาราระบุ

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) กล่าวว่า เป็นผลสำเร็จจากความพยายามแก้ปัญหาค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ของไทย แต่ยังไม่มากพอเท่ากับมาตรฐานขั้นต่ำ จากนี้รัฐและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเดินหน้าแก้ปัญหาให้มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าหมายปีหน้าไทยเลื่อนจากเทียร์ 2 เฝ้าระวัง เป็นเทียร์ 2 ที่ไม่ต้องจับตามองด้านการค้ามนุษย์และขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เด็กและสตรี.


by; http://www.thaipost.net
loading...

Advertisement

0 comments:

Post a Comment

 
Top