ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

loading...

  แม้แบงก์ทีเอ็มบีจะถอยและถอนอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%กลับไปใช้เรทเดิม ทว่าแนวโน้มดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ก็ยังมีอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวสุดลิ่ม คนไทยไม่ยอมใช้เงิน ไม่ยอมลงทุน เอาแต่ฝาก เฉพาะ 3 เดือนแรกฝากทะลักแบงก์ถึง 1.8 ล้านบาทต้องถือว่าทีเอ็มบี (ธนาคารทหารไทย)กล้าหาญชาญชัยเป็นอย่างมากที่เผชิญหน้าต่อความเป็นจริงประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0%เป็นความเป็นจริงที่ต้องยอมรับกันแล้วว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจเซื่องซึม ชะลอตัว เติบโตเชื่องช้าราวกับเสียไม่ได้ อัตราเงินเฟ้อต่ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นภาวะเงินฝืดเนื่องจากสภาพคล่องในตลาดภายในประเทศเหือดแห้งคู่ขนานกับภัยแล้งในทางตรงกันข้าม สภาพคล่องกลับไปพอกพูนในธนาคาร แทนที่จะออกมาหมุนเวียนในตลาดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.และที่ตรงกันข้ามอีกด้าน ก็คือขณะที่เงินฝากล้นแบงก์ เงินในมือของประชาชนระดับรากหญ้าที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดกลับลดลง
loading...



       เงินฝากและเงินออมมีน้อย สวนทางกับหนี้สินที่พอกพูนขึ้น จนขณะนี้มีสัดส่วนถึง 81% ของจีดีพีของประเทศรัฐบาลพยายามเพิ่มกำลังซื้อในภาคประชาชน โดยพยายามสร้างงานให้คนไทย เพื่อให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นการลงทุนภาครัฐทุ่มเทกันมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆกว่าเท่าตัวแต่ในภาคเอกชนกลับชะลอตัว เพราะนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นที่ขาดนั้นเป็นทั้งความเชื่อมั่นในรัฐบาล ในสถานการณ์การเมือง สถานการณ์เศรษฐกิจโลก และกำลังซื้อของคนไทยไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างประเทศ FDI หรือนักลงทุนไทยด้วยกันเองต่างก็ไม่เชื่อมั่นการผลิตของคนไทยจึงต่ำกว่าศักยภาพมาก
      นอกจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนแล้ว ยังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอีกเรื่องหนี้ครัวเรือถือเป็นปัจจัยลบหลักก็จริง แต่ความเชื่อมั่นในฝีมือรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจร่อยหรอลงไปทุกวัน แบงก์ที่ปล่อยสินเชื่อตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะธนาคารของรัฐไม่ว่าจะธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรแลสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลาม
      ล้วนปล่อยสินเชื่อกันในวงเงินต่ำเหตุผลหนึ่งก็เพื่อกระจายสินเชื่อไปสู่ผู้กู้รายย่อยให้มากที่สุด เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย แต่มีจำนวนมาก ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ที่สุดของประเทศหากไม่ติดเงื่อนไขว่าการจะทำให้คนกลุ่มนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจะต้องเป็นในรูปของสินเชื่อหรือเงินกู้แล้ว
loading...




     รัฐบาลแทบจะอยากเอาเงินยัดใส่มือประชาชนด้วยซ้ำไปเพราะมัวแต่อ้อมค้อม กระตุ้นการลงทุนโน่นนี่ เคี่ยวเข็ญให้นักลงทุนขยายการลงทุนกลุ่มทุนใหญ่ก็ไม่ยอมขยับ เพราะไม่รู้จะผลิตจนเกิดผลผลิตส่วนเกินไปทำไมขายยุโรป ขายอเมริกา เขาก็ตั้งกำแพงกีดกันฐานเรามีรัฐบาลทหาร ขายจีน จีนก็กลับเป็นคู่แข่งระบายผลผลิตส่วนเกินออกมาในราคาถูกผ่านการลดค่าเงินหยวน การที่จะชักจูงหรือจูงใจนักลงทุนด้วยมาตรการต่างๆจนแม้กระทั่งดอกเบี้ย 0% จึงไม่ได้ผล เงินฝากนั้น ตามกลุ่มบัญชีเงินฝากที่แบ่งตามวงเงินฝาก ทั้งฝากเผื่อเรียกและฝากประจำนั้น กลุ่มบัญชีเงินฝาก 1,000,000 -10,000,000 บาทมีมากที่สุดคือ 1.26 ล้านบัญชี จำนวนเงินฝากรวม 3,230,725 ล้านบาท (สิ้นเดือนมีนาคม 59) รองลงมาคือกลุ่มเงินฝาก 10 ล้านถึง 25 ล้านบาทมี 71,773 บัญชี จำนวนเงินฝาก 1,085,395 ล้านบาท
      ถามว่า คนไทยที่มีเงินฝากระดับนี้ มีความเดือดร้อนทางการเงิน จนต้องประกอบอชีพหรือหารายได้เพิ่มเติมอีกไหม ? การผลักใสให้เอาเงินออกจากแบงก์ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% หรืออย่างญี่ปุ่นถึงกับต่ำกว่า 0 %เป็นดอกเบี้ยติดลบ negative interest rate คือคนฝากต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารทั้งนี้จุดประสงค์เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินฝาก เนื่องจากอาชีพหลักของธนาคารคือหากินกับส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้พูดๆง่ายก็คือเอาเงินฝากไปขายในรูปเงินกู้
     แต่เมื่อไมมีคนมากู้ ก็ต้องลดเงินฝาก หากผู้ฝากไม่ยอมถอนเงินไป ก็ต้องกินดอกจากผู้ฝากแทนจากลูกค้าเงินกู้ส่วนที่จะให้คนที่มีเงินฝาก เอาเงินฝากไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อจะได้กระตุ้นการลงทุนและเพิ่มอัตราเติบโตจีดีแต่การตอบสนองต่อมาตรการดอกเบี้ยติดลบของคนญี่ปุ่นที่มีเงินฝาก กลับไม่เป็นไปตามที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นตั้งจุดประสงค์ไว้คือพากันถอนเงินออกมาแทบหมด แล้วก็เอามาเก็บไว้กับตัว โดยไปซื้อตู้เซฟมาทำหน้าที่แทนธนาคาร จนตู้เซฟญี่ปุ่นขาดตลาดคนไทยที่มีเงินฝากมากที่สุด 2 กลุ่มนี้ หากถูกบังคับให้ต้องถอนเงินแบบนี้ หรือด้วยดอกเบี้ย 0% ก็คงจะทำแบบเดียวกันกับคนญี่ปุ่นเพราะไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรให้งอกเงยเหมือนกับฝากแบงก์กินดอกจะให้ไปลงทุนธุรกิจ หรือประกอบอาชีพใหม่ ไปออกเงินกู้ ไปค้าโน่นขายนี่ ฯลฯ ในภาวะเศรษฐกิจโตช้าหรือหยุดโตเช่นนี้ คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงจะมีบ้างที่ไปลงทุนในตลาดหุ้น เอาแบบไม่เสี่ยงก็ลงทุนแบบ VI(value investment) กินเงินปันผลก็พอได้
     แต่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตเหมือนกับลงทุนในภาคการผลิตจริง (real sector)รัฐบาลพยายามเชิญชวนและใช้มาตรการภาษีกระตุ้นการลงทุนแต่ทุนใหญ่ของชาติกลับหนีไปลงทุนนอกบ้าน โดยเฉพาะรอบบ้านลุ่มน้ำโขง CLMVคนมีเงินหนาๆ ขาใหญ่ที่แบงก์อยากได้เป็นลูกค้าสินเชื่อ ไม่ยอมลงทุนในภาคผลิตจริง คือตั้งโรงงานหรือทำการค้าขาย ธุรกิจบริการ ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานแต่กลับนำเงินไปลงทุนในภาคการเงิน ไปซื้อพันธบัตร ไปซื้อกองทุน เล่นหุ้น ลงทุนในเฮ็ดจ์ฟันด์และกองทุนต่างๆนอกประเทศเงินทุนไทยจึงไปลอยเท้งเต้งในออฟชอร์แบงกิ้ง
loading...



        ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน ก็เอาไปฝากแบงก์ที่ปานามา เลี่ยงภาษีดอกเบี้ยเงินฝากในไทยก็เลยไม่ได้มรรคผลอะไรจากเงินฝากที่เป็นสภาพคล่องล้นแบงก์ในขณะนี้กลายเป็นภาระดอกเบี้ยเงินฝากทำให้แบงก์กำไรน้อยลง แต่ก็ยังกำไรอยู่ดี
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับที่ 39 " คอลัมน์คอลัมน์ดอกเงิน "

new by; http://www.siamrath.co.th

Advertisement

0 comments:

Post a Comment

 
Top